ออมสิน จ่อเปิดจอง ‘เงินออมวัยเกษียณอายุ’ ดอกสูง 9% เฟส 2 เพิ่มเติม 3 พันล้าน 13 ไม่.ย.นี้…

ออมสิน จัดเตรียมเปิดจอง ‘เงินออมวัยเกษียณอายุ’ ดอกสูงสุด 9% เฟส 2 อีก 3 พันล้านบาท 13 ไม่.ย.นี้ ข้างหลังเปิดจองวันแรกเต็มแล้ว
ช่วงวันที่ 10 เดือนมิถุนายน นายวิทัย ทะเล ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวมาว่า ตอนวันที่ 9 เดือนมิถุนายน 2565 ธนาคารออมสินได้เปิดให้พสกนิกรจองสิทธิ เงินออมเผื่อเรียกพิเศษเพื่อการเกษียณอายุ อัตราค่าดอกเบี้ยแบบขั้นบันได จ่ายดอกมากขึ้นทุกปี สูงสุด 9% ในปีที่ 10 ผลปรากฎว่าเพียงแค่วันเดียวตั้งแต่แมื่อที่เปิดรับจอง มีราษฎรมากมายเข้าจองสิทธิกระทั่งเต็มวงเงินโครงงาน 7 พันล้านบาท จากผลตอบรับที่ดีเกินคาดนี้ แบงค์ก็เลยจัดเตรียมเปิดให้จองสิทธิฝากเงินรอบสอง ในวงเงิน 3 พันล้านบาท
นายวิทัย พูดว่า เงินออมเผื่อเรียกพิเศษเพื่อการเกษียณอายุ เป็นผลิตภัณฑ์เงินออมที่แบงค์ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือให้พลเมืองมีการวางแนายวิทัย พูดว่าผนเตรียมตัวตั้งแต่ยังอยู่ในวัยทำงานรวมทั้งมีรายได้ สามารถจัดแบ่งรายได้นิดหน่อยมาเป็นเงินออมระยะยาวที่ได้ผลทดแทนสูง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีข้างหลังปลดเกษียณให้กับตัวเอง โดยการฝากเงินเป็นระยะเวลา 10 ปี แบงค์ให้ดอกแบบขั้นบันไดมากขึ้นทุกปี สูงสุด 9% ในปีที่ 10 คิดเป็นดอกเฉลี่ย 3.45% ต่อปี (ไม่ต้องเสียภาษีอากร) ซึ่งเสมอกันดอกเงินออมประจำ 4.06% ต่อปี เปิดรับฝากเฉพาะตัวปกติ เปิดบัญชีอย่างต่ำ 1 แสนบาท ฝากสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท สามารถถอนก่อนฝากครบ 10 ปีได้ แบงค์ให้ดอกตามช่วงเวลาที่ฝากจริง
นายวิทัย พูดว่า ผู้พอใจสามารถสมัครสมาชิกจองสิทธิ์รอบสองเหมาะ www.gsb.or.th รวมทั้งที่ แอพพลิเคชันไลน์ GSB Society เมื่อวันที่ 13 เดือนมิถุนายน 2565 เป็นต้นไป โดยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 1 ใบ จองสิทธิ์ได้เพียงแต่ 1 สิทธิ์ สามารถจองสิทธิ์แทนคนอื่นได้ เพียงแค่กรอกข้อมูลของผู้ฝากจองสิทธิ์ให้ครบถ้วนบริบูรณ์ แต่ว่าจำต้องไปเปิดบัญชีด้วยตัวเอง ตามวันรวมทั้งสาขาที่ได้สมัครสมาชิกไว้หรือกระทั่งจะครบวงเงินแผนการ

“ธนาคารออมสินเป็นจริงเป็นจังปฏิบัติภารกิจเป็นเสาหลักด้านการผลักดันและส่งเสริมการเก็บออมของพลเมือง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญตามจุดยืนแบงค์เพื่อสังคม โดยแบงค์ตั้งเป้าหมายยกฐานะการผลักดันและส่งเสริมการเก็บออมให้ครอบคลุมหัวข้อการคิดแผนเกษียณอายุ เพื่อร่วมกับรัฐบาลและก็ทุกภาคส่วนสำหรับการส่งเสริมสร้างการตระหนักทราบของสามัญชน ให้พร้อมไปสู่ช่วงชีวิตตอนปลายอย่างมีคุณภาพ ภายใต้สภาพสังคมสูงอายุโดยบริบูรณ์ ในปี 2565” นายวิทัย กล่าว